ผลงานสภาคณาจารย์ฯ ชุดที่ 3

แนวทางพัฒนาบทบาทสภาคณาจารย์ฯ
22 December 2016
กำหนดเลือกตั้งกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ
9 January 2017

ผลงานสภาคณาจารย์ฯ ชุดที่ 3

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 มาตรา 23 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของสภาคณาจารย์และข้าราชการไว้ 4 ประการ ซึ่งมีใจความโดยสรุปคือ 1) ให้ข้อเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัย 2) ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของบุคลากร 3) พิทักษ์ผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย 4) รับฟังความคิดเห็นจากบุคลากร บัดนี้กรรมการสภาคณาจารย์ฯ ชุดที่ 3 (2557 – 2559) ได้ปฏิบัติหน้าที่ครบวาระแล้ว จึงขอรายงานผลกิจกรรมที่ดำเนินงานในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

เมื่อสภาคณาจารย์ฯ ชุดที่ 3 ปฎิบัติหน้าที่ได้ครบหนึ่งปี เว็บไซต์สภาคณาจารย์ฯ ได้จัดทำสรุปหัวข้อที่สภาฯ จะดำเนินการผลักดัน โดยจัดเป็นภารกิจเพียงด้านเดียวคือด้านการให้ข้อเสนอแนะ ตามข้อ 1 ของมาตรา 23 แห่ง พรบ. มทร. 2548

หนึ่งปีสภาคณาจารย์รุ่น 3 กับภารกิจที่ต้องสานต่อ

แต่ภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของสภาคณาจารย์ฯ นั้น มี 4 ข้อ เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบวาระแล้ว หน้าที่ในแต่ละด้านนั้นสภาฯ ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ขอนำเสนอเป็นแต่ละด้านดังนี้

1. การให้ข้อเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัย

หากประเด็นต่างๆ มากมายที่นำเข้าสู่วาระการประชุมสภาคณาจารย์ฯ เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ไม่ลงมติให้เสนอต่อมหาวิทยาลัยเพื่อนำไปพิจารณานั้น ย่อมถือว่าสภาฯ มิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ตามที่ระบุในพระราชบัญญัติ

ในระหว่างวาระการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการชุดที่ 3 นี้ จึงได้เสนอเรื่องต่อฝ่ายบริหารเพื่อพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่

1.1 การแต่งตั้งผู้บริหาร (รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ) จากผู้ที่มิได้เป็นข้าราชการ

สภาฯ ได้มีหนังสือสภาคณาจารย์และข้าราชการ ที่ ศธ. 0578.23/113 ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 ถึงอธิการบดี และนายกสภามหาวิทยาลัย เรื่อง เสนอข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ ดังไฟล์นี้

Advise_58

แต่สภาฯ ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากมหาวิทยาลัย แต่หนังสือต้นฉบับทั้งชุดที่เสนออธิการบดี และนายกสภาฯ กลับถูกส่งกลับมาเก็บไว้ที่สภาคณาจารย์ฯ จนในที่สุด ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายืน ในกรณีของ มทร. อีสาน

สภาคณาจารย์ฯ จึงมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ให้เสนอข้อคิดเห็นต่อสภามหาวิทยาลัยว่าผู้เกษียณอายุราชการแล้วย่อมไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหาร

1.2 การหักวงเงินเลื่อนขั้นเงินเดือนร้อยละ 0.1

สภาคณาจารย์เสนอมหาวิทยาลัยงดหัก 0.1 %

มทร.ธัญบุรียังหัก 0.1 % แม้คดีถึงที่สุด

ต่อมาอธิการบดี และผู้บริหาร ได้ร่วมประชุมกับกรรมการสภาฯ ได้ข้อตกลงร่วมกัน โดยให้มีกรรมการจากสภาคณาจารย์ฯ ร่วมพิจารณาในการจัดสรรเงินดังกล่าวเพื่อการเลื่อนเงินเดือนแก่บุคลากร

สภาคณาจารย์ฯ ยินยอมให้หักเงิน 0.1 %

1.3 เงินอุดหนุนเพื่อการวิจัยได้รับล่าช้า

ในการประชุมวิชาการของสภาคณาจารย์และข้าราชการ ประจำปี 2557 เรื่อง การพัฒนาความก้าวหน้าในตำแหน่งงานและระบบการวิจัย ได้เชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการเบิกเงินวิจัย ได้แก่ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ผู้อำนวยการกองคลัง หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน เพื่อร่วมเวทีเสวนา หาแนวทางแก้ไขในการเบิกจ่ายเงินวิจัยล่าช้า จึงถือเป็นการให้ข้อเสนอแนะต่อฝ่ายบริหาร เพียงแต่มิได้ทำเอกสารข้อเสนอแนะ ถืงอธิการบดี อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข

สัมมนาวิชาการประจำปี 2557 เรื่อง การพัฒนาความก้าวหน้าในตำแหน่งงานและระบบการวิจัย

 2. ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของบุคลากร

หากจะพิจารณาว่า บทบาทของสภาคณาจารย์ในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของบุคลากรนั้น ควรจะครอบคลุมเรื่องใดบ้าง แต่ละเรื่องก็อาจจะมีหน่วยงานควบคุมดูแลอยู่แล้ว เช่น สภาฯ ได้เคยเสนอของบประมาณโครงการพัฒนาตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ.รศ.) แต่ก็ถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่าเป็นหน้าที่ของ กบค. ดำเนินการอยู่แล้ว หากจะส่งเสริมการทำงานวิจัย ก็มี สวพ. ดูแลอยู่แล้ว เป็นต้น

ดังนั้นอาจเป็นการเสนอแนะให้มหาวิทยาลัยจัดระบบสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัย ที่ยังมีปัญหาในเรื่องสัญญาจ้างระยะสั้น ขาดสวัสดิการรักษาพยาบาลโดยมีเพียงกองทุนประกันสังคม ซึ่งใช้ได้กับโรงพยาบาลที่กำหนดไว้เท่านั้นเป็นต้น ในเรื่องนี้สภาฯ ก็ได้เคยเชิญ รองอธิการบดี ที่รับผิดชอบด้านบุคลากรมาให้ข้อมูล ในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2557 ไปแล้ว แต่สวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัยนั้น ยังต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก

หรือควรจะส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรในด้านสุขภาพกาย และความสุขในการดำเนินชีวิต เช่นจัดกิจกรรมออกกำลังกาย จัดงานโบวลิ่งการกุศล จัดกลุ่มทัศนศึกษาท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิง จัดกิจกรรมร้องเพลง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ สภาคณาจารย์ฯ ชุดที่ 3 มิได้พิจารณาดำเนินการ

3. พิทักษ์ผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย

การคัดค้านการแต่งตั้งผู้บริหารจากผู้เกษียณอายุ หรือจากบุคคลภายนอก อาจถือได้เช่นกันว่าเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย เนื่องจากผู้บริหารเหล่านี้ มหาวิทยาลัยต้องตั้งงบประมาณจากเงินรายได้เพื่อเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนประจำตำแหน่งเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดินได้

ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์ต่างๆ เช่นการก่อสร้างอาคารทรงลูกข่างที่ศูนย์รังสิตหยุดชะงัก การประมูลร้านค้าสวัสดิการ ซุ้มอาหาร ร้านกาแฟ เป็นต้นนั้น ทางสภาคณาจารย์ฯ ยังขาดข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์จึงยังมิได้ดำเนินการ

4. เรียกประชุมบุคลากรเพื่อรับฟังความคิดเห็น

ตามมาตรา 23 แห่ง พรบ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 ข้อ 4 กำหนดว่า การเรียกประชุมบุคลากรนั้น “ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย” แต่เมื่อพิจารณาข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. 2549 ก็ไม่ปรากฎว่ามีข้อใดกำหนดแนวทางปฏิบัติเอาไว้ ดังนั้นสิ่งที่สภาคณาจารย์ฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือการจัดประชุมวิชาการประจำปี โดยเชิญบุคลากร ทั้งสายวิชาการ และสายสนับสนุน เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย การอภิปราย และมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม เช่น

ประชุมวิชาการประจำปี 2557 เรื่อง การพัฒนาความก้าวหน้าในตำแหน่งงานและระบบการวิจัย

ประชุมวิชาการประจำปี 2558 เรื่อง สวัสดิการและสวัสดิภาพของบุคลากร

ประชุมวิชาการประจำปี 2559 เรื่อง สวัสดิการและการพัฒนาบุคลากรในสถาบันการศึกษา

นอกจากนั้นยังมีการจัดประชุมสัมมนาเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาคม โดยเชิญผู้แทนจากคณะและหน่วยงานเข้าร่วมการสัมมนา เพื่อรับฟังความคิดเห็นในด้านต่างๆ ได้แก่

5. ภารกิจอื่นๆ

งานด้านที่ 5 เป็นภารกิจที่อยู่นอกเหนือจากอำนาจและหน้าที่ของสภาคณาจารย์ฯ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฯ แต่เป็นภารกิจที่สภาคณาจารย์ฯ จำเป็นต้องดำเนินการ ทั้งด้านงานประจำในสำนักงาน และการร่วมมือกับเครือข่ายสภาคณาจารย์ทั่วประเทศทั้งสามเครือข่าย

5.1 แก้ไขข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ

เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ทำหนังสือหารือไปยัง สกอ. และ สกอ. ได้หารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน สามารถเป็นประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการได้หรือไม่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า คำว่า “สภาคณาจารย์และข้าราชการ” ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ “คณาจารย์” ซึ่งหมายถึงข้าราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ และคำว่า “ข้าราชการ” ซึ่งหมายถึงข้าราชการสายสนับสนุน แต่ไม่รวมพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน

ดังนั้น สกอ. จึงมีหนังสือแจ้งให้ มทร. ทุกแห่ง แก้ไขข้อบังคับ ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ ให้ตรงกับความหมายของ “ข้าราชการ” ที่กำหนดไว้ใน พรบ. มทร. และความเห็นของกฤษฎีกา สภาคณาจารย์ฯ จึงได้เสนอแก้ไขข้อบังคับดังกล่าว และได้ผ่านความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยแล้ว ดังข้อบังคับฉบับที่ 2 นี้

ข้อบังคับ มทร. ธัญบุรี ว่าด้วย สภาคณาจารย์และข้าราชการ (ฉบับที่ 2)

5.2 ร่วมประชุม “ที่ประชุมสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย” (ปอมท.)

สภาคณาจารย์ฯ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมกับ ปอมท. เป็นประจำทุกเดือน และได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ปอมท. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 ณ ห้องประชุมมังคลอุบล

สภาคณาจารย์จัดการประชุม ปอมท. ครั้งที่ 4/2559

5.3 ร่วมประชุม “ที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล” (ปคมทร.)

ปคมทร. คือการประชุมร่วมของประธานและกรรมการสภาคณาจาาย์ฯ จาก มทร. ทั้ง 9 แห่ง มีกำหนดประชุมทุก 3 เดือน และสภาฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเมื่อวันที่ 17 – 19 พฤษภาคม 2558 ณ โรงแรมเดอะ ไทด์ บางแสน รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี

สภาคณาจารย์ มทร. ธัญบุรีเป็นเจ้าภาพประชุม ปคมทร.

5.4 ร่วมประชุม “ที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย” (ทปสท.)

ทปสท. เป็นการประชุมของประธานและกรรมการ สภาคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ รวมทั้งราชมงคลทั้ง 9 แห่ง และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กำหนดประชุมทุก 2 เดือน ครั้งล่าสุด กรรมการสภาฯ จำนวน 4 คนได้เดินทางไปร่วมประชุม ทปสท. ณ มรภ. ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 2 – 4 พฤศจิกายน 2559

1478053952496

สำหรับกิจกรรม 5.2 – 5.4 นั้น มีประเด็นในการประชุมของเครือข่ายสภาคณาจารย์หลายเรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ และบางเรื่องก็ประสบความสำเร็จแล้ว เช่น

  • การขอปรับเงินเดือนเพิ่ม 8 % เช่นเดียวกับข้าราชการครู ยังอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับ ปคมทร. และ ทปสท. โดยแม้ กพอ. มีมติอนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 แต่จนบัดนี้ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี
  • การคัดค้านร่างพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ…. ซึ่งมีข้อกำหนดที่จะสร้างปัญหาให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัย
  • การปรับเปลี่ยนการเปิด-ปิด ภาคเรียน กลับเป็นแบบเดิม (เปิดภาคการศึกษาที่ 1 ในเดือนมิถุนายน แทนเดือนสิงหาคม) ซึ่งทั้งสามองค์กร เห็นพ้องให้เปลี่ยนกลับโดยมีผลงานวิจัยยืนยัน และมหาวิทยาลัยหลายแห่ง รวมทั้ง มทร.ธัญบุรี จะเริ่มเปลี่ยนกลับตั้งแต่ปีการศึกษา 2560
  • ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา สมควรได้รับการแก้ไขทั้งระบบ โดยทั้งสามองค์กรต้องผลักดันสู่หน่วยงานที่รับผิดชอบในระดับนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม

5.5 เป็นกรรมการชุดต่างๆ

ทั้งประธานสภาคณาจารย์ฯ และกรรมการหลายท่าน จะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในการประชุมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในด้านต่างๆ เช่น กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการบริหารงานบุคคล กรรมการการเงินและทรัพย์สิน กรรรมการคัดเลือกบุคคลดีเด่นประจำปี เป็นต้น

5.6 ร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย

ในฐานะองค์กรที่เป็นตัวแทนบุคลากร สภาคณาจารย์ฯ จึงมีภารกิจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ในวันสำคัญต่างๆ เช่นการวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ร่วมพิธีราชสดุดีวันเฉลิมพระชมมพรรษา พิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ เป็นต้น

 

Comments are closed.