ข้อเสนอแนะ

ผลจากการรับฟังข้อคิดเห็นในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาบทบาทภารกิจ เพื่อการขับเคลื่อนสภาคณาจารย์และข้าราชการ ระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2559 ณ ภูธาราฟ้า รีสอร์ท อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่กรรมการสภาคณาจารย์ฯ ชุดที่ 4 รวมทั้งกรรมการชุดต่อๆ ไป สามารถนำไปพิจารณาในการดำเนินงานได้

คำถาม

มีคำถามจากผู้ร่วมสัมมนาที่น่าสนใจอยู่สองข้อที่กรรมการสภาคณาจารย์ฯ ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ควรพิจารณาลองถามตัวเองและหาคำตอบให้กับตนเอง ทั้งก่อนสมัครรับเลือกตั้ง และหลังจากได้ปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว

1. เป็นคนประเภทไหนถึงมาเป็นกรรมการสภาคณาจารย์ฯ

คำตอบของเรื่องนี้คงจะมีได้หลากหลาย บางคนมีจิตอาสาอยากทำงานเพื่อส่วนรวม แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คนทั่วไปอาจจะคิดในใจว่าคนพวกนี้มาเป็นกรรมการเพราะจะได้ค่าตอบแทนเป็นเบี้ยประชุมทั้งการประชุมสภาคณาจารย์ฯ และการประชุมกรรมการอื่นๆ ที่มีผู้แทนจากสภาคณาจารย์ฯ เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะประธานสภาคณาจารย์ฯ จะเป็นกรรมการหลายชุด รวมเฉพาะเบี้ยประชุมก็หลายพันบาทต่อเดือน

ดังนั้นผู้เป็นกรรมการสภาคณาจารย์ฯ จึงควรปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาคมได้เห็นว่าท่านทำงานให้คุ้มค่ากับค่าตอบแทนที่ได้รับ

แต่ก็ยังมีบุคคลอีกประเภทหนึ่งที่มาเป็นกรรมการเพราะถูกรังแกและต้องการมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้ผู้อื่นถูกรังแกเหมือนที่ตนถูกรังแกมา หรือเพราะพลาดหวังจากการดำรงตำแหน่งบริหารแต่ยังอยากมีบทบาทต่อสังคมมหาวิทยาลัย

วิทยากรท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเพื่อนบ้าน ได้ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า คนที่มาเป็นประธานสภาคณาจารย์ จะต้องมาเพื่อตั้งใจทำงานให้กับประชาคม ไม่ใช่มาเพราะหวังตำแหน่งเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองก่อนเกษียณ ส่วนท่านประธาน ทปสท. ได้กล่าวว่าประธานสภาคณาจารย์ฯ จะต้องมีความบ้าอยู่ระดับหนึ่ง คือบ้าที่จะกล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ

2. ทำงานมาตั้งหลายปีมีผลงานอะไรที่สำเร็จแล้วบ้าง

ในช่วงแรกก่อนการแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประธานสภาคณาจารย์ฯ ได้รายงานผลการดำเนินงานในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมา ตามภารกิจ 4 ด้านของสภาฯ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 แต่ผู้ร่วมสัมมนาก็ยังคงมองไม่เห็นภาพว่ามีงานอะไรที่สำเร็จแล้วบ้าง หรือเป็นเพียงการนำผลงานมาโฆษณาเพื่อหาเสียงสมัครรับเลือกตั้งในวาระต่อไป

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ทำให้สภาคณาจารย์ฯ ได้เข้าใจมากขึ้นว่า การประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยได้รับทราบกิจกรรมของสภาคณาจารย์ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีการแก้ไขปรับปรุงในเชิงรุกเป็นการเร่งด่วน

157675

ข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมสัมมนา

  1. ขอให้มหาวิทยาลัยทบทวนเกณฑ์ภาระงานขั้นต่ำที่ประกาศใช้ เพราะมีการเพิ่มภาระงานนอกเหนือจากการสอน และหากบุคลากรไม่สามารถปฏิบัติได้ให้ทำความตกลงกับคณบดีเป็นรายภาคการศึกษา ซึ่งคาดว่าคณบดีจะไม่ยอมผ่อนผันให้
  2. การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยได้รับล่าช้า ซึ่งเรื่องนี้สภาคณาจารย์ฯ ได้มีการประชุมพิจารณากันหลายครั้ง และได้นำมาเป็นประเด็นในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2557 โดยผู้รับผิดชอบ ได้แก่สถาบันวิจัยและพัฒนา และกองคลัง ยังคงอ้างว่าได้ปรับปรุงขั้นตอนการเบิกจ่ายแล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังมีปัญหาเดิมอยู่ สภาฯ จึงควรเสนอเรื่องให้มหาวิทยาลัยพิจารณาหาทางแก้ไข
  3. การรักษาความปลอดภัยในมหาวิทยาลัยมีความหละหลวม ไม่มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนบางจุด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปลี่ยนพนักงานปัจจุบันคล้ายจ้างผู้ที่ขาดคุณสมบัติ และไม่มีการตรวจตราตามบริเวณอาคาร ขาดสัญญาณจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งโดยเฉพาะบริเวณประตู 2 และประตู 4
  4. สวัสดิการบ้านพักไม่ยุติธรรม เป็นปัญหาเรื้อรัง มีผู้สวมสิทธิ์ ผู้ที่มีชื่อไม่ได้พัก ภูมิทัศน์โดยรอบรกรุงรัง มีสัตว์เลื้อยคลานและสุนัข แมว จรจัดอาจก่อให้เกิดอันตราย สนามเด็กเล่นมีเครื่องเล่นที่ชำรุดขาดการบำรุงรักษา สภาพห้องพักเก่าทรุดโทรม
  5. โครงการสนับสนุนการจัดทำผลงานวิชาการที่เคยมีงบประมาณในการจ้างที่ปรึกษาให้กับผู้เขียนผลงานได้หยุดลง จึงควรดำเนินโครงการดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
  6. กรรมการกองทุนวิจัยควรมีผู้แทนจากสภาคณาจารย์ฯ หรือจากบุคลากรเข้าร่วมเป็นกรรมการ เพราะมีการกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นการสนับสนุนต่อนักวิจัยอย่างแท้จริง
  7. ควรจัดสร้างสโมสรหรือห้องอาหารสำหรับอาจารย์ เพื่อเป็นที่พบปะเสริมสร้างสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร ควรปรับปรุงห้องรับประทานอาหารในโรงอาหารให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่นติดผ้าม่านและมีการรักษาความสะอาด
  8. เสนอให้สภาคณาจารย์ฯ จัดสัมมนาบุคลากรเพื่อการทำงานอย่างมีความสุข เสริมสร้างความรักองค์กร เป็นต้น
  9. เสนอให้กองคลังจัดทำระบบแจ้งทาง sms หรือช่องทางอื่น เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีบุคลากร เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบว่ามีเงินใดโอนเข้าบัญชี
  10. ปรับปรุงสัญญาจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ค่าตอบแทน เงินเดือน การต่อสัญญาพนักงาน ควรต่อสัญญาเป็นลำดับจนถึงการต่อสัญญาจนถึงอายุ 60 ปี สวัสดิการพนักงาน ควรเพิ่มค่ารักษาพยาบาลที่นอกเหนือจากประกันสังคม และให้ครอบคลุมบิดามารดาและบุตร เงินค่าการศึกษาของบุตร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่าตำแหน่งทางวิชาการควรคูณสองเช่นเดียวกับข้าราชการ เป็นต้น
  11. สภาพอาคารสถานที่และอุปกรณ์การเรียนการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์รังสิต ยังเหลื่อมล้ำกับที่คลองหก เช่นกระเบื้องพื้นห้องปฏิบัติการหลุดร่อน ระบบอินเตอร์เน็ตไม่เสถียร

เรื่องค้างพิจารณาจากกรรมการชุดที่ 3

นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่สภาคณาจารย์ฯ ได้มีการประชุมพิจารณาไปแล้ว และอยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อลงมติในวาระต่อๆ ไป ว่าจะเสนอมหาวิทยาลัยเพื่อนำไปพิจารณาหรือไม่ ได้แก่

  1. กรณีการแต่งตั้งผู้บริหารจากผู้เกษียณอายุราชการ ที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสภาคณาจารย์ฯ ได้เสนอเรื่องต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาในการประชุมในวันที่ 28 ธันวาคม 2559 และสภาคณาจารย์ฯ จะต้องติดตามผลต่อไป
  2. ขั้นตอนและวิธีการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ โดยเฉพาะรูปแบบของเอกสารประกอบการสอน และเอกสารคำสอน ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมินผลการสอน แต่กลายเป็นภาระในการจัดทำเอกสารที่ยุ่งยากเกินความจำเป็น
  3. เงินสนับสนุนการเดินทางไปเสนอผลงานวิชาการ ณ ต่างประเทศ ยังคงกำหนดให้เบิกจ่ายจากคณะ ในวงเงิน 30,000 บาท โดยไม่มีระเบียบข้อบังคับมาใช้ประกอบ แต่เป็นเพียงหลักปฏิบัติ แม้ปัจจุบันจะมีกองทุนส่งเสริมงานวิจัย ที่ให้เบิกเงินเพิ่มได้อีก 30,000 บาทจากเงินกองทุน แต่ก็มีขั้นตอนการขอรับสนับสนุนที่ค่อนข้างยาก
  4. การจัดสรรพื้นที่ให้ร้านค้าต่างๆ เช่นร้านกาแฟในมหาวิทยาลัยที่ทั้งสี่จุดเป็นผู้ประกอบการรายเดียวกัน ทำให้ขาดความหลากหลาย
  5. ปัญหาการก่อสร้างอาคารที่หยุดชะงัก เช่นอาคารลูกข่าง ที่ศูนย์รังสิต

อย่างไรก็ตาม อำนาจหน้าที่ของสภาคณาจารย์และข้าราชการ มีเพียงให้ข้อเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัย แต่การที่มหาวิทยาลัยจะรับไปดำเนินการหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

22 December 2016

แนวทางพัฒนาบทบาทสภาคณาจารย์ฯ

ผลจากการรับฟังข้อคิดเห็นในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาบทบาทภารกิจ เพื่อการขับเคลื่อนสภาคณาจารย์และข้าราชการ ระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2559 ณ ภูธาราฟ้า รีสอร์ท อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่กรรมการสภาคณาจารย์ฯ ชุดที่ 4 รวมทั้งกรรมการชุดต่อๆ ไป สามารถนำไปพิจารณาในการดำเนินงานได้